XERF (เทคโนโลยีคลื่นวิทยุความถี่สูงแบบสองความถี่หนึ่งขั้ว) เป็นหนึ่งในกระบวนการรักษาผิวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในวงการผิวหนังของเกาหลีในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมีนักแสดงหญิงชาวเกาหลีอย่าง พัค ซินฮุย เป็นตัวแทน และมีการโฆษณาว่าเป็น “เทคโนโลยีเรมจ์ที่ไม่เจ็บปวด” ซึ่งทำให้มีผู้ที่รักความงามจำนวนมากต่างให้ความสนใจและเข้ารับการรักษานี้กันอย่างมาก อย่างไรก็ตาม หลังจากที่มีหลายคนเข้ารับการรักษาด้วย XERF แล้ว พวกเขาก็พบว่าผิวของตนเองเกิด “ฟองน้ำ” หรือ “ตุ่มน้ำ” ขนาดเล็กๆ ขึ้นมา ซึ่งทำให้พวกเขารู้สึกสับสนว่า: หลังจากทำ XERF แล้ว ผิวจะเกิดฟองน้ำขึ้นในวันรุ่งขึ้นหรือไม่? นี่เป็นปฏิกิริยาที่ปกติ หรือเป็นผลข้างเคียงที่ควรกังวล? บทความนี้จะอธิบายอย่างละเอียดเกี่ยวกับปฏิกิริยาหลังการรักษาด้วย XERF เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจอย่างถูกต้องและสามารถรับมือกับสถานการณ์เหล่านี้ได้อย่างเหมาะสม.
XERF คืออะไร? คำอธิบายหลักการโดยย่อ
เทคโนโลยี XERF นี้ถูกพัฒนาขึ้นโดยบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ของเกาหลีใต้ชื่อ Cynosure Lutronic โดยใช้เทคโนโลยีคลื่นวิทยุความถี่สองระดับ ได้แก่ 6.78MHz และ 2MHz โดยจะใช้พลังงานคลื่นวิทยุเหล่านี้กระตุ้นชั้นผิวหนังแท้และชั้นฟิสเซียลเทนชัน (SMAS) อย่างแม่นยำ ทำให้โมเลกุลของน้ำในผิวหนังเคลื่อนไหวและก่อให้เกิดความร้อน ส่งผลให้อุณหภูมิของเนื้อเยื่อเป้าหมายเพิ่มขึ้นถึงระดับ 45–60°C ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้โปรตีนคอลลาเจนหดตัวและฟื้นฟูตัวเอง ทำให้ผิวหนังดูเรียบเนียนและมีความกระชับมากขึ้น
เมื่อเทียบกับ Thermage ข้อได้เปรียบที่ใหญ่ที่สุดของ XERF คือการใช้เทคโนโลยี “WaveFitPulse” ซึ่งผ่านการใช้พัลส์พลังงานที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ 10 ระดับ ร่วมกับระบบระบายความร้อนแบบทันที ทำให้ผิวหนังรู้สึกสบายและมีอุณหภูมิที่เหมาะสม ซึ่งช่วยลดความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นระหว่างการรักษาด้วยคลื่นวิทยุแบบดั้งเดิมได้อย่างมาก ด้วยเหตุนี้ XERF จึงถูกเรียกว่า “Thermage ที่ไม่ทำให้เจ็บปวด”

หลังจากทำ XERF แล้ว วันรุ่งขึ้นมันจะเกิดฟองขึ้นจริงๆ เหรอ?
ใช่ครับ บางคนหลังจากทำการรักษาด้วยเทคโนโลยี XERF แล้ว อาจมีตุ่มน้ำขนาดเล็กหรือปรากฏการณ์ “การเกิดฟอง” เกิดขึ้นภายใน 1 ถึง 3 วัน ซึ่งในทางการแพทย์แล้ว นี่ถือเป็นหนึ่งในปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นได้หลังจากการรักษาด้วยคลื่นวิทยุ แต่ปรากฏการณ์ “การเกิดฟอง” นี้ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นกับทุกคน และผลที่เกิดขึ้นก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลครับ
ทำไมถึงเกิดฟองขึ้นมาล่ะ?
เมื่อพลังงานคลื่นวิทยุของ XERF ไปสัมผัสกับชั้นหนังแท้ จะก่อให้เกิดกลไกต่างๆ ที่อาจนำไปสู่การเกิดฟองได้ ดังนี้:
- น้ำใต้ผิวหนังระเหยไป: คลื่นวิทยุความถี่สูงจะทำให้ของเหลวในเนื้อเยื่อบริเวณชั้นผิวหนังแท้ร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเกิดฟองอากาศหรือฟองน้ำขนาดเล็กใต้ผิวหนัง
- การตอบสนองของชั้นป้องกันผิวหนัง: เมื่อผิวหนังสัมผัสกับเครื่องมือตรวจวัด หากพลังงานในบริเวณนั้นสูงเกินไป อาจทำให้เกิดฟองน้ำที่มีคุณสมบัติในการป้องกันที่ชั้นเคราติน
- ปฏิกิริยาของผิวที่มีความไวสูง: ผิวที่บางหรือมีความไวสูงมักจะมีความทนทานต่อพลังงานความร้อนจากคลื่นวิทยุคลื่นสั้นน้อยกว่า ดังนั้นจึงมีแนวโน้มที่จะเกิดปฏิกิริยาหลังการทำหัตถการมากกว่า
- มีพลังงานในการรักษาที่สูงกว่า: แพทย์ผู้ทำการรักษามักจะปรับเพิ่มค่าพารามิเตอร์ของพลังงานเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ในการทำให้ผิวเรียบเนียนที่ดีขึ้น ซึ่งอาจทำให้โอกาสเกิดปรากฏการณ์ฟองก๊าซเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน
การเกิดฟองหลังการทำศัลยกรรม XERF เป็นปฏิกิริยาที่ปกติหรือไม่? ควรกังวลหรือไม่?
ตุ่มน้ำขนาดเล็กเหล่านี้โดยทั่วไปถือเป็นปฏิกิริยาปกติหลังการทำศัลยกรรม และในกรณีส่วนใหญ่จะหายไปเองภายใน 3 ถึง 7 วัน โดยไม่จำเป็นต้องรับการรักษาพิเศษใดๆ ต่อไปนี้คือเกณฑ์สำคัญในการพิจารณาว่า “เป็นปกติ” หรือ “ควรให้ความสนใจ”:
| สถานการณ์ | การตัดสินใจ | แนะนำให้ดำเนินการแก้ไข |
|---|---|---|
| ตุ่มน้ำขนาดเล็กและโปร่งใส ซึ่งมีเส้นผ่าศูนย์กลางน้อยกว่า 1 มิลลิเมตร และมีจำนวนไม่มาก | ✅ เป็นปฏิกิริยาที่ปกติ | รักษาความสะอาดให้ดี อาการจะค่อยๆ หายไปเอง อย่าบีบหรือกดบริเวณนั้น |
| ตุ่มน้ำเหล่านี้จะค่อยๆ หดลงและหายไปภายใน 3 ถึง 5 วัน | ✅ ปกติดี | เพียงแค่ดูแลรักษาความชุ่มชื้นต่อไปเท่านั้นก็พอแล้ว |
| หากขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของตุ่มน้ำเกิน 2 มิลลิเมตร และมีการเกิดตุ่มน้ำในพื้นที่ขนาดใหญ่ | ⚠️ ควรให้ความสนใจ | ติดต่อคลินิกที่ให้บริการเพื่อขอความช่วยเหลือจากแพทย์ |
| หลังจากที่ตุ่มน้ำแตกออกไป ก็อาจเกิดอาการบวมแดง อักเสบ หรือมีหนองได้ | ❌ ผิดปกติ | รีบกลับไปพบแพทย์เพื่อป้องกันไม่ให้การติดเชื้อรุนแรงขึ้น |
| มีตุ่มน้ำร่วมกับความรู้สึกแสบร้อนอย่างต่อเนื่อง และความเจ็บปวดอย่างรุนแรง | ❌ ผิดปกติ | โปรดติดต่อคลินิกทันที หรือไปพบแพทย์ที่ใกล้ที่สุด |

คู่มือการดูแลร่างกายอย่างครบถ้วนหลังการทำศัลยกรรม XERF
วันแรกหลังการผ่าตัด
- ✅ ใช้น้ำแข็งประคบเพื่อลดอาการบวม: ใช้ถุงน้ำแข็งที่สะอาดประคบผ่านผ้าขาวบาง ๆ ครั้งละ 10–15 นาที สามารถทำซ้ำได้หลายครั้ง
- ✅ ทาครีมบำรุงหลังการรักษาที่แพทย์แนะนำ (ซึ่งโดยทั่วไปจะมีส่วนผสมของสารกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์หรือสารสกัดจากชะเอม)
- ❌ โปรดอย่าใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์หรือสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง
- ❌ อย่าแต่งหน้า อย่าไปสปาหรือแช่น้ำอุ่น
- ❌ อย่าใช้แรงขูดหรือถูบริเวณที่ทำการรักษาอย่างรุนแรง
ในวันที่ 2 ถึง 3 หลังการผ่าตัด (ช่วงที่การสร้างฟองเกิดขึ้นมากที่สุด)
- ✅ รักษาความชุ่มชื้นอย่างต่อเนื่อง: ใช้ครีมบำรุงที่มีคุณสมบัติช่วยรักษาความชุ่มชื้นหรือมาสก์บำรุงผิว เพื่อรักษาน้ำในผิวไว้
- ✅ การป้องกันแสงแดด: หากจำเป็นต้องออกไปข้างนอก คุณต้องใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดที่มีค่า SPF 50 ขึ้นไปอย่างเคร่งครัด
- ✅ หากมีตุ่มน้ำขนาดเล็ก ให้รักษาความสะอาดและไม่ควรบีบตุ่มเหล่านั้น เพื่อให้มันหายไปเองตามธรรมชาติ
- ❌ ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสตุ่มน้ำด้วยมือ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
- ❌ ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่หนักเกินไป เพราะการขับเหงื่อมากอาจทำให้ผิวถูกกระตุ้นได้
ในช่วงวันที่ 4 ถึง 7 หลังการผ่าตัด (ระยะฟื้นตัว)
- ✅ การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอจะช่วยส่งเสริมการฟื้นตัวของผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ✅ ควรดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสม (การดื่มน้ำมากขึ้นจะช่วยเร่งกระบวนการเผาผลาญและช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น)
- ✅ สามารถกลับไปใช้ขั้นตอนการดูแลผิวตามปกติได้ทีละขั้นตอน แต่ยังคงแนะนำให้หลีกเลี่ยงส่วนผสมที่มีฤทธิ์รุนแรง
กลุ่มคนใดบ้างที่มีแนวโน้มจะเกิดปฏิกิริยาการขึ้นฟูได้ง่ายกว่าเมื่อทำ XERF?
กลุ่มคนต่อไปนี้มีแนวโน้มที่จะเกิดปฏิกิริยาการพองตัวหลังจากการรับการรักษาด้วยวิธี XERF มากกว่ากลุ่มอื่น ดังนั้น ขอแนะนำให้แจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้าก่อนเข้ารับการรักษา:
- สำหรับผู้ที่มีผิวบางและผิวที่มีความไวสูง: ผิวของคุณมีฟังก์ชันการป้องกันที่อ่อนแอกว่าปกติ ดังนั้นจึงมีการตอบสนองต่อความร้อนได้ง่ายกว่า
- ผู้ที่เคยรับการรักษาด้วยเลเซอร์หรือการเปลี่ยนผิวในช่วงเวลาไม่นานมานี้: ผิวของคุณยังไม่ได้ฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์ จึงไม่แนะนำให้รับการรักษาที่ใช้พลังงานสูงซ้ำอีกในระยะเวลาอันใกล้
- สำหรับผู้ที่มีผิวบริเวณใดบริเวณหนึ่งแห้งเกินไป: เนื่องจากขาดกลไกการปกป้องผิวที่เพียงพอ ความร้อนจึงสามารถทำลายผิวหนังชั้นนอกได้ง่ายยิ่งขึ้น
- ผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิคุ้มกันตัวเอง เช่น โรคลูปัส จะมีความสามารถในการฟื้นฟูผิวหนังที่อ่อนแอกว่าคนทั่วไป

ข้อมูลเกี่ยวกับประสิทธิภาพและค่าใช้จ่ายของ XERF
- ผลลัพธ์หลัก: ทำให้ผิวเรียบเนียน ช่วยลดความหย่อนคลายของผิว ลดริ้วรอยเล็กๆ และช่วยให้โครงหน้าดูเรียวสวยขึ้น
- ระยะเวลาที่เห็นผล: ผลลัพธ์จะเริ่มปรากฏขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วง 1 ถึง 3 เดือนหลังการทำศัลยกรรม (เนื่องจากการสร้างคอลลาเจนใหม่ต้องใช้เวลา)
- การรักษาผลลัพธ์: โดยทั่วไปจะคงอยู่ประมาณ 1 ถึง 2 ปี แนะนำให้ทำการบำรุงรักษาประมาณ 1 ถึง 2 ครั้งต่อปี
- กลุ่มคนที่เหมาะสม: ผู้ที่มีผิวหนังที่หย่อนคลายในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง และต้องการเสริมสร้างความชัดเจนให้กับรูปลักษณ์ของใบหน้า
- ข้อมูลเกี่ยวกับค่าใช้จ่าย: เริ่มต้นที่ 9.8 ล้านวอนเกาหลี (ขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งและบริเวณที่ทำการรักษา)
วิธีการนัดหมายที่คลินิก XERF ในเกาหลี คลินิก BeautsGO
การจองบริการ XERF จากเกาหลีผ่าน BeautsGO นั้นสะดวกมาก เริ่มต้นด้วยการดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน BeautsGO หรือค้นหาและใช้งานไลบรารี “BeautsGO” ผ่าน WeChat ก็ได้ เพียงกรอกคำว่า “XERF” หรือชื่อคลินิกในช่องค้นหา เพื่อเข้าถึงหน้าเพจที่มีรายละเอียดเกี่ยวกับราคาบริการ ข้อมูลของแพทย์ และคำติชมจากลูกค้าจริง หลังจากตรวจสอบข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ให้คลิกที่ปุ่ม “จองนัดพบแพทย์” หรือ “จองทันที” ในมุมขวาล่าง จากนั้นกรอกข้อมูลชื่อ ข้อมูลการติดต่อ จำนวนคนที่จะเข้ารับบริการ และช่วงเวลาที่ต้องการ แล้วส่งข้อมูลไปยังระบบ หากมีข้อสงสัยใดๆ สามารถสอบถามได้ตลอดเวลาผ่านฝ่ายบริการลูกค้าที่ให้บริการเป็นภาษาจีน หรือผ่านเพจ WeChat “BeautsGO彼此美APP” ข้อมูลที่ได้รับนั้นโปร่งใส ช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงการเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในขณะที่เข้ารับบริการ นอกจากนี้ ระบบยังช่วยในการติดต่อหลังการรับบริการอีกด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่มีประโยชน์อย่างมากสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยตัวเอง
คำถามที่พบบ่อย คำตอบที่พบบ่อย
คำถามที่ 1: มีความแตกต่างอย่างไรระหว่าง XERF กับเทคโนโลยี Hymage?
ความแตกต่างหลักอยู่ที่เทคโนโลยีการใช้ความถี่และระดับความสบายขณะใช้งาน XERF ใช้เทคโนโลยีความถี่คู่ (6.78MHz + 2MHz) พร้อมระบบระบายความร้อน ทำให้ความเจ็บปวดน้อยกว่า HIFU อย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่ HIFU ใช้เทคโนโลยีความถี่เดียว ทำให้พลังงานมุ่งเน้นไปที่จุดเดียวมากกว่า ในแง่ของผลลัพธ์แล้วทั้งสองเทคโนโลยีให้ผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกัน แต่ XERF เหมาะสมกว่าสำหรับผู้ที่มีความไวต่อความเจ็บปวดมากกว่า
คำถามที่ 2: หลังจากทำศัลยกรรม XERF แล้ว ใบหน้าจะบวมนานแค่ไหนก่อนที่จะลดบวมลง?
อาการบวมเล็กน้อยหลังการทำศัลยกรรม XERF โดยทั่วไปจะหายไปภายใน 1 ถึง 3 วัน แต่หากมีอาการบวมที่เห็นได้ชัดเจน อาจต้องใช้เวลาประมาณ 5 ถึง 7 วัน การประคบน้ำแข็งและการพักผ่อนอย่างเพียงพอสามารถช่วยเร่งกระบวนการลดอาการบวมได้
Q3: หลังจากทำ XERF เสร็จแล้ว สามารถขึ้นเครื่องบินกลับบ้านได้ทันทีเลยหรือไม่?
โดยหลักการแล้วสามารถทำได้ แต่ขอแนะนำให้พักผ่อนอย่างน้อย 1 วันหลังจากทำศัลยกรรมก่อนที่จะขึ้นเครื่องบิน เนื่องจากสภาพอากาศที่มีความชื้นต่ำบนเครื่องบินอาจทำให้ผิวแห้งมากขึ้น ดังนั้นควรดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อรักษาความชุ่มชื้นของผิว และควรนำครีมบำรุงผิวหลังทำศัลยกรรมติดตัวไปด้วย
คำถามที่ 4: XERF ใช้แค่ครั้งเดียวก็ได้ผลจริงหรือไม่? ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?
เพียงแค่ทำ XERF เพียงครั้งเดียว ก็สามารถรับรู้ถึงผลลัพธ์ในการทำให้ผิวเรียบเนียนได้ทันที โดยปกติแล้ว ผลลัพธ์จะเห็นได้ชัดเจนที่สุดหลังจากทำการรักษาไปแล้ว 1 ถึง 3 เดือน หากต้องการให้ผลลัพธ์ยืนยาวนานขึ้น แนะนำให้ทำการรักษาเพิ่มเติมปีละ 1 ถึง 2 ครั้ง
คำถามที่ 5: หลังจากทำการรักษาด้วยวิธี XERF แล้วเกิดตุ่มน้ำขึ้นมา ถ้าตุ่มน้ำนั้นแตกลงไปจะต้องทำอย่างไร?
เมื่อตุ่มน้ำแตกขึ้นมาเองแล้ว ควรรักษาบริเวณนั้นให้สะอาดและแห้ง สามารถทาครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของสารต้านเชื้อโรคตามที่แพทย์แนะนำได้ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ห้ามเจาะตุ่มน้ำด้วยตนเอง และควรสังเกตว่ามีอาการบวมหรือมีหนองขึ้นหรือไม่ หากมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้น ควรรีบกลับไปพบแพทย์ทันที
แผนกผิวหนัง VMJ
BeautsGO認證
📍 กรุงโซล
🚇 สามารถเข้าไปสอบถามรายละเอียดได้ท
ี่ BeautsGO 🕐 เวลาทำการ: วันจันทร์ถึงพฤหัสบดี: 10:00 – 19:00 วันศุกร์: 10:00 – 21:00 วันเสาร์: 10:00 – 16:00 วันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์: ปิดให้บริการ
| โครงการที่แนะนำ | ราคาอ้างอิง |
|---|---|
| ฮีอัลูรอนิกจากเกาหลี | กรุณาเข้าไปตรวจสอบที่ BeautsGO เลยค่ะ |
| เทคโนโลยีเรมาจีสำหรับการกระชับผิว | กรุณาเข้าไปตรวจสอบที่ BeautsGO เลยค่ะ |
| การยกกระชับผิวด้วยเทคนิคสายไหม | กรุณาเข้าไปตรวจสอบที่ BeautsGO เลยค่ะ |
* ราคาที่แสดงเป็นเพียงข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น โปรดตรวจสอบราคาจริงจากคลินิกในวันที่ทำการนัดหมาย
